2014年11月13日木曜日

บทความแชร์ประสบการณ์เรื่องที่ 7-8

บทที่ 7


สรุป สอง เหตุผล...สั้น ๆ แค่นี้
(จริง ๆ แล้วอยากบอกตรง ๆ ไม่อยากต้องอ้างโน่นอ้างนี่มากนักหรอกแต่  การกล่าวตามธรรมเนียมญี่ปุ่นและณ.ตอนนั้น ดูเหมือน ถ้าไม่เกริ่นซะก่อน ก็จอาจะเกลี้ยกล่อมให้เข้าใจได้ยาก)
ไม่ค่อยชอบอ้อมค้อมเท่าไร ใจจริง ๆ แล้ว (อยาก)พูดตรง ๆ สั้น ๆ แค่นี้...
ว่าสถานการณ์วิกฤติของญี่ปุ่นเรื่องชาวต่างชาตินั้นตอนนี้ คือสองประเด็นต่อไปนี้

หนึ่ง
"พลเมืองในประเทศ ถึงแม้จะมีความสุขเต็มร้อยขนาดไหน แต่ถ้าหากคนที่เกี่ยวข้องรอบข้าง ไม่ได้รับความสุขพื้นฐาน แค่ครึ่งร้อยของคุณ ละก็.... 
คุณจะอยู่อย่างสุขสงบ โดยปราศจากความปลอดภัยในสวัสดิภาพชีวิตและทรัพย์สิน ได้อย่างไร?"
สอง
"ถึงยังไงคุณก็เลี่ยง หรือปฎิเสธชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าประเทศไม่พ้น ดังนั้นจะมีอะไรดียิ่งไปกว่าวิ่งชนกับปัญหา และหันหน้าเข้าหากันแบบนี้ ".
           
"และนี่เป็นคำตอบที่ว่าทำไมพวกเราต้องมาสนทนากันในที่นี้..ใช่หรือไม่...คะ"

.. จบ ตรงนั้น
  นอกจากคำถามนี้มีอีกหลายคำถามแต่คิดว่าไม่ได้เป็นหัวใจในการดำเนินงานของเรา หรือค่อยลงมือไปก่อนแล้วก็รู้เอง และค่อย  ๆ ปรับตามสถานการณ์ได้ แต่นั่นแหละ หลังเลิกประชุมแล้ว 2 ชั่วโมงในวันนั้น  แต่เพราะเรื่องราวที่ต้องทำต่อในวันนั้นอีกหลายชั่วโมงต่อมา ทำเอาง่วนและวุ่นวายผิดกันคนละเรื่อง  ทำเอาลืมว่าได้พูดอะไรออกไป โชคดีที่ได้เห็นเมล์รายงานการประชุมหลังจากนั้น ไม่เช่นนั้นต่อให้คิดยังไงคงคิดไม่ออกว่าได้คุยอะไรออกไปมั่ง และบันทึกฉบับนี้คงไม่ได้เกิด

บทที่ 8
(แต่..เราคุยกันแค่ที่นี่เท่านั้นนะ)

เรื่องการสร้างนโยบายเพื่อให้การสนับสนุนชาวต่างชาตินั้น มีข้อขัดแย้งมากในที่ประชุมสภารัฐบาลญี่ปุ่น เพราะก่อนหน้านี้เห็นว่าเข้าข่ายเอาไวทีหลังหรือเป็นเรื่องเกินจำเป็น  และอย่างที่บอกสังคมญี่ปุ่นยอมรับความเป็นอยู่แบบพหุวัฒนธรรมล่าช้ามากด้วยเหตุและปัจจัยดังที่เคยกล่าว
และเป็นธรรมดาอยู่เองที่ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็จะเล็งเห็นเรื่องชาวต่างชาติเป็นรองจากชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมืองตนเอง การเอาใจใส่และซัพพอร์ตชาวต่างชาติอย่างชัดเจนเกินไป  ทำให้ระบบและภาพพจน์ของงานราชการสมัยนั้นโดยจ้องจับตา และโดยเฉพาะตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดถูกครหา  (อีกประการหนึ่ง ชาวต่างชาติที่ไม่ได้มีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง ทำให้มีแนวโน้มเสี่ยงกับการเสียคะแนนนิยมคราวต่อไปได้ด้วย)
ภาษีจากประชาชนต้องสงวนรักษา  ให้มุ่งเน้นให้มุ่งตรงเพื่อความสุขความปลอดภัยในบ้านเมืองตนเอง  เพื่อพลเมืองของตนเองอย่างเต็มที่
    แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเราณ.ที่นี้กำลังพยายามอยู่เป็นการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมให้ความสงบสุขแก่สังคมญี่ปุ่นที่ให้ผลทางอ้อม   ต้องอาศัยเวลาเนิ่นนาน และการวางแผนดำเนินการอย่างคลอบคลุม  มีการประเมินและติดตามผลเป็นขั้นตอนอย่างจริงจังอย่างต่อเนื่อง  อาจต้องเวียนปรับปรุง PDCA รอบแล้วรอบเล่า เพื่อทำให้สิ้นสุดคำถามทำไม ให้ได้จนหมด 
    เราทุกคนที่นี้ คงต้องใช้พลังความคิด พลังกายและใจอย่างยิ่งยวดและมากกว่าการได้ผลทางตรง ที่ปรากฎผลให้เห็นเร็ว ๆ หลายเท่าตัวนัก พร้อมกันนั้น นอกจากจะส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวต่างชาติแล้ว ยังต้องแก้ไขภาพลักษณ์ของพลเมืองญี่ปุ่นต่อชาวต่างชาติ ทุก ๆ ชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เพื่อให้ชาวญี่ปุ่นตระหนักถึงความจำเป็นของการมีไมตรีจิตซึ่งกันเพราะการอยู่ร่วมกันในสังคมนี้ โดยการระดมสมอง สร้าง

ไอเดียและวิธีการต่าง ๆ อย่างไม่มีวันจบ ระหว่างเพือนร่วมงาน ผู้มี "ใจ"เดียวกัน
      เป้าหมายสูงสุุดในการเสริมสร้างมิตรภาพซึ่งกันและกัน เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งทางใจให้ลูกหลาน ให้เค้าได้อยู่ในสังคมอย่างมั่นใจได้ ด้วยเสถียรภาพทางจิตใจอันป็นพื้นฐานที่ดีที่สุดทางใจ และเป็นบ่อกำเนิดของน้ำใจของลูกหลานเราสู่คนรอบข้าง ที่สร้างเสริมความคิดด้านบวกให้กับเขา  อีกทั้งพื้นฐานจิตใจที่มั่นคงทำให้เขามีภาวะตัดสินใจฝักใฝ่ดี ที่ชักนำความคิดแง่ดีงามต่าง ๆ ต่อไปได้ เพื่อการอยู่อย่างสุขกายสบายใจในสังคมตอ่ไปด้วย
     
 บทบาทหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของผู้ใหญ่เช่นเราต่อจากนี้ไป คือการเตรียมสิ่งแวดล้อมที่ดีเอาไว้  เพื่อให้ลูกหลาน สามารถเติบโตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี จะได้เป็นพลเมืองที่ดีต่อไปในอนาคต

 แม้ก้าวแรกจะยากแค่ไหน มั่นใจว่าพลัง
"ความกล้าหาญ"และ"ความมุ่งมันจริงจัง" เป็นคลังสมบัติ
ที่ทุกท่านมีอยู่แล้ว ขอเพียง--นำออกมาและใช้มันร่วมกันเท่านั้น
"ไม่มีก้าวแรก แล้วก้าวที่สอง ก้าวที่สาม จะมีได้อย่างไร"


0 件のコメント:

コメントを投稿