"แม่คะ พรุ่งนี้อยากกินไก่ทอด.."
"ขอพวกเนื้อทอดนะ"
"วันนี้มีหมูกระเทียมไหมคะ อยากกินจัง.."
มด บอกกับแม่แทบทุกเช้า แบบนี้..แม่รู้สึกดีใจที่ลูกเจริญอาหารและอ้อนแม่ทุกวัน แม่ของมดทำอาหารเก่งทุกอย่างแต่มักเป็นอาหารทางเหนือ หรือบางวันเป็นทางอาหารไต(ไทยใหญ่) เครื่องเทศฉุนเสียส่วนใหญ่..
มดไม่เคยพิถีพิถันเรื่องอาหารการกินมาก่อน มีก็ทานไม่มีก็ไม่ทานไม่เคยที่จะเรียกร้องเรื่องแบบนี้ตั้งแต่จำความได้จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ย่างเข้า 21 ปีแล้ว
มดกินข้าวเช้าอย่างช้าทุกวัน และ วันนี้ก็เช่นกัน..ข้าวสวยหนึ่งกล่องขนาดย่อม ๆ และ อีกกล่องเป็น ไก่ทอด..มีไข่ทอดที่ยังเหลือโปะข้าวแถมอีก มดแพ็คทุกอย่างเสร็จรีบเก็บเข้ากระเป๋า แล้วรีบขับมอเตอร์ไซต์ไปมหาลัย..
อ้าว ไม วันนี้ไม่มาเข้าเรียนล่ะ??
ฉันนอนเอาแรง..
ทำไมล่ะ??
ไม่ได้กินอะไรมา 2 วันแล้ว..
ว่าแล้ว ก็เขาก็เดินออกมาจากห้อง ใช้กระบวยตักเอาน้ำในหม้อดินหัวบันได ของหอพัก ดื่มน้ำดังอัก ๆ เหมือนเอร็ดอร่อยเสียเต็มประดา......
ใช่ วันนั้นเป็นวันแรกที่มดบอก ป่ะ เราเลี้ยง อยากกินไรกิน เผื่อวันพรุ่งนี้มะรืนนี้ด้วยก็ได้นะ ขึ้นรถมาไปหากินข้าวกันนะ เขามองอย่างงุนงง. แต่ก็ซ้อนท้ายรถมาอย่างว่าง่าย
และตั้งแต่นั้น..กิจกรรมช่วงเช้าของมดคือ การแอบเอา ข้าวเยอะ ๆ กับอาหารพวกเนื้อ และไข่ ใส่กล่อง ไปฝากเขาเพื่อนคนนี้..
มันเป็นอะไรที่ปวดใจที่ได้เห็นความหิวโหยของเขา ไม่ใช่แต่เขา หมา แมว และสิ่งมีชีวิตทุกตัว คนมีมือมีเท้าสามารถเอาอาหารใส่ปาก ทำมาหาเลี้ยงชีพได้ ครั้งแรกที่รู้สึกสะเทือนใจ และข้องใจในความแตกต่างเช่นนี้
ชีวิตในมหาลัย ไม่สนุกนักหรอกเพราะมีแต่เรื่องที่น่าเบื่อ มดเรียนวิชาไหนก็ทำได้ไม่ดีหรอก นอกจากวิชาภาษาฝรั่งเศส ฝันไปว่าสักวันจะได้ไปท่องเที่ยวที่นั่นและใช้งานจริงกับเจ้าของภาษาดูสักที มดรักงานวาดของนักเขียนและภาพวาดฝาผนัง ในพิพิธภัณฑ์กลางของฝรั่งเศส อ้อ..เรียนไม่ดีแต่โชคเข้าข้างเสมอ กระทั่งสอบเข้ามหาลัยของจังหวัดได้ มหาลัยเชียงใหม่มีธรรมชาติที่งดงาม เหมือนอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะขนาดใหญ่ รมรื่นและสงบร่มเย็น. คณะที่เรียนอยู่ติดอ่างแก้ว ซึ่งมักเป็นที่พรอดรักกันยามเย็นอันแสนโรแมนติค ของลูกช้างแต่ละรุ่น
วันนั้น..หลังคาบเรียนสุดท้ายของวัน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดสนิท ฟ้าคะนอง ฝนตกอย่างหนักซ้ำเป็นวันที่ไม่ได้เอารถยนต์ที่บ้านมาเสียด้วย ปกติเวลากลับบ้านผิดเวลา พี่ชายคนใดคนหนึ่งก็จะมารับที่บันไดของภาควิชา แต่วันนั้น..ผิดเวลาเกือบสองชั่วโมง ฝนตก หิวก็หิว แต่ไม่มีวีแววว่าจะมีใครโผล่มารับแม้แต่คนเดียว สมัยนั้นไม่ได้มีโมบายแบบสมัยนี้หรอก แล้วจะให้ทำอย่างไร คอยเชิงบันไดข้างหนึ่งมืด ๆ คนเดียว 2 ชั่วโมงก็แล้ว 3 ชั่วโมงก็แล้ว จนไม่มีใครเหลือที่นั่นแม้แต่คนเดียว......
ความกลัว ความหิว ความโกรธ สารพัดเริ่มประดังเข้ามา.....
ฮื่อ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ โฮ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เท่าที่จำความได้ไม่เคยส่งเสียงร้องไห้ดัง ๆ เต็มที่เช่นนี้มาก่อน...
ร้องไร แค่นี้!!
เสียงดังแบบตวาด จากอีกข้างหนึ่ง ของบันได..ทำเอาสะดุ้งไปทั้งตัว..มีใครนั่งอยู่ในมุมมืดที่นั่น... และที่แน่ ๆ เขาเห็นอาการทุกอย่าง เมื่อกี้ ความคิดที่ว่าไม่มีใครจึงออกอาการโอเวอร์แอคชั่นซะเต็มที่แบบนั้น ทำเอาหน้าแตก ต้องรีบรวบรวมสติอารมณ์
บ้านไม่มารับ!
ร้องหาไรของเธอ ขนาดนั้น?
น้ำตาเค้าเก็บไว้ร้อง ตอน..
หิวไม่มีข้าวให้กิน หนาวไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ ป่วยไม่มียารักษา ฝนตกไม่มีหลังคาให้คุ้มกะลาหัว
แล้วนี่เธอร้องหาเรื่อง อะไร? กลับบ้านไม่ได้?
แค่น่ะนะ??
นั่นเป็นวันแรกที่พบเขา เพื่อนคนนี้..และเป็นครั้งแรกที่หลังกลับบ้านวันนั้น..
มดหิว...แต่ไม่กินข้าว..ความหิวจริง ๆ มันเป็นอย่างไร?
ความสงสัยประดังเข้ามาในสมองแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเป็นใคร ทำไมต้องดุ ทำไมแต่ละคำมันทำมดนอนไม่ได้ นอกจากคิดถึงแต่คำพูดตำหนิจากคนที่ไม่รู้จัก กระแทกแดกดันอันนั้น ก้องในหูกว่าจะได้นอนจนเกือบรุ่งเช้า..
และรุ่งเช้ารีบตื่น จัดการกับตัวเอง แล้วรีบบึ่งไปมหาลัย เพื่อติดตามเพื่อนคนนั้น
พบเขาอยู่ตามกิจกรรมนักศักษากลาง..หัวหน้ากองกิจกรรมกลาง..ก็ดูดีนี่..แต่ทำไมคำพูดเมื่อวานที่ก้องในโสตประสาทนั้นมัน เหมือนคับแค้นมีความเจ็บปวด ระคนอยู่ด้วย???
มดไม่ชอบเก็บปัญหา แต่การหาคำตอบ ความจริงภายใต้ คำถามเหล่านี้..
คงต้องใจเย็นเฝ้าติดตามและเป็นเพื่อนเขาก่อน
และ เขาก็ให้ฉันได้เป็นเพื่อนกับเขาในที่สุด.
มาวันนี้ เกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายอย่างที่ทำให้ต้องคิดถึงคำพูดเหล่านั้นอีกครั้ง
และหากเป็นไปได้ต้องการบอก คำว่า "ขอบคุณ" สำหรับวันที่ผ่านมา
『ありがとう』
ขอบคุณ ARIGATO เพื่อนรัก
จ้องมองเธออยู่ อยากจะบอกว่า "ขอบคุณ"
รอยแย้มยิ้ม แม้ไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา ก็รู้เรื่องที่เธอต้องการบอก
"สบายดี" "ขอบคุณ"
มือขวาที่จูงฉัน นุ่มนวลแน่วแน่กว่า ใคร ๆ
ฟังสิ ได้เวลาที่จะคุยกันได้อย่างอิสระแล้วล่ะ รู้นะว่าเธอได้ยิน
ยามเช้าแสงแดดเจิดจ้าวันนั้น เธอเปิดหน้าต่างยิ้มเหย ๆ บอกฉัน..มดหิวข้าว..
บอกให้รู้ถึงอนาคตที่จะเริ่มเปิดเข้าไป
แล้วไปเมืองที่เราเคยไปด้วยกันอีกนะ
ความสัมพันธ์ที่ขรุขระ เสียงคำสั่งเด็ดขาดและซับซ้อนในวันวาน
แสงสว่างแห่งใจมุ่งมั่นล้นเอ่อออกมาเป็นความตั้งใจ พร้อมที่จะฝ่าฟันในเรื่องที่เราไม่เคยทำมาก่อน นะ
ความยากขณะนั้น สร้างขณะนี้ให้สว่างไสวมากขนาดอย่างนี้ไงล่ะ
ความฝันของเธอวันนั้น สร้างความสำเร็จแปรเปลี่ยนให้ฝันฉันสมบูรณ์ไปด้วย
วันนี้เช่นกัน..กลายเป็นความทรงจำที่สำคัญ
ไม่ว่าท้องฟ้าจะหัวเราะหรือร้องไห้หรือแปรเปลี่ยนเป็นอากาศแจ่มใส
จ้องมองเธออยู่ อยากจะบอกเธอว่า ขอบคุณ
มือขวาที่เคยจูงวันนั้นไม่มีอีกแล้ว
มั่นใจว่าเธอรู้ว่าฉันไม่ใช่คนละเอียดอ่อน "ขอบคุณ" ที่อภัยให้
ขีวิตและความทุกข์ยาก แพ้ความดีแห่งใจ ไม่จำเป็นต้องหัวเราะ แต่เปี่ยมปิติ
คนที่เกิดมาเพื่อผู้อื่นจะดำรงอยู่ในใจชั่วนิรันดร์
ไม่มีอดีตแต่จะเป็นอนาคต ตลอดไปสำหรับคนที่เหลือ
ชีวิตมันยากนะ สมหวังยาก สำเร็จก็ยาก เราเลยไม่สามารถเลี่ยงความทุกข์และความเจ็บปวดได้
และไม่ต้องห่วงอีกเลย โลกจะเดินต่อไปตามวิถีทางของมันนั่นล่ะ
แต่ละวัน วันทั้งวันที่ได้ทะเลาะ ถกเถียงและต่อสู้ และวันทั้งวันที่ท้อแท้ ร่วมร้องไห้
รู้ใช่ไหมการบุกเบิกวันนั้น ได้วาดภาพอนาคตลงบนหัวใจขาวบริสุทธิ์ ของคนรุ่นต่อไป
และยังจะวาดเติมลงไปอีก ไม่ได้สิ้นสุดแค่เราหรอก
การมีชีวิตอยู่เพื่อใครหรือการรับความรักจากใคร ย่อมเกิดและเป็นไปตามวิถีทางแห่งมัน
มันธรรมดามากจนบางทีดูเหมือน แม้เราไม่ต้องเข้าไปจัดการ
มันก็ไปต่อได้ตามเวลาของมันนั่นล่ะ เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันมีทางออกของมันเสมอ..
ค่อย ๆ ทำอย่างนั้นทีละนิด ๆ
ไม่ว่าจะดีใจหรือว่าเสียใจ คนต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ช้าก็เร็ว
หากใครค้นหาความคิดที่ตรงกันก็จะมีความสุขไม่ช้าก็เร็ว
ยิ่งมากยิ่งทำให้ความรักของเราที่ให้ต่อคนอื่น ๆ ส่องสว่างไสวไปทั่ว
ฟังสิ เสียงนั้นดังใกล้เข้ามา
มาถึงวันนี้ วันที่ไม่มีความเจ็บปวดอีกแล้ว..
แต่ค่อย ๆ เดินไปกันเถอะ เหนื่อยแล้ว..หลับให้สบาย
ดีจังนะ อยากไปไหนก็ไปซะนะ อยากมาเมื่อไรก็มาได้เลยนะ
ฉันรู้ว่ามันไม่ได้ลำบากยากเย็นเช่นที่ผ่านมา
และไม่ต้องห่วงอีกเลย โลกจะเดินต่อไปตามวิถีทางของมันนั่นล่ะ
วันนี้ในฐานะที่พอพูดออกมาได้..
อยากจะบอกให้รู้ตอนนี้.."ขอบคุณ" "เพื่อนรัก"ที่สะกิดกันวันนั้น
แต่ฉันเชื่อมั่นว่าเธอคงสงบสุขบนที่สูง ๆ นั่นแล้ว
บรรยากาศข้างบนนั่นเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?
เวลาที่ร่างกายเคลื่อนผ่านเข้าไปในปุยเมฆ
ละอองน้ำที่ละเอียดว่าเม็ดทรายแสนล้านเท่านั้น เย็นนุ่ม สบายดีใช่ไหม
มือขวาที่จูงนำทางฉันวันนั้น ไม่ได้ทำให้ผิดหวังสักนิด และ ช่างนุ่มนวลกว่าใคร ๆ
เชื่อเถอะว่า ฉันจะทำตามวิถีนี้ อย่างฉลาดตามแบบของฉัน ตลอดไป
ได้ยินแล้ว ใช่ไหม "ขอบคุณ" และ หลับให้สบาย นะ.
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |



![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |





YELL
“わたしは”今 どこに在るの」と
ในตอนนี้ตัวฉันอยู่ที่ไหนกันนะ
踏みしめた足跡を 何度も見つめ返す
หันกลับไปมองรอยเท้าที่ผ่านมาไม่รู้กี่ครั้ง
枯葉を抱き 秋めく窓辺に
โอบกอดใบไม้แห้งไว้ กับฤดูใบไม้ร่วงที่หน้าต่าง
かじかんだ指先で 夢を描いた
ฉันวาดฝันของตัวเองด้วยปลายนิ้วที่ด้านชา
翼はあるのに 飛べずにいるんだ
ทั้งที่ฉันมีปีก แต่ก็ไม่สามารถบินได้
ひとりになるのが 恐くて つらくて
การต้องอยู่คนเดียวนั้น มันทั้งน่ากลัวและเจ็บปวด
優しいひだまりに 片寄せる日々を
ภายใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่น วันที่เดินทางไปด้วยกัน
越えて 僕ら 孤独な夢へと歩く
พวกเราได้ก้าวข้ามผ่านมันไป และออกเดินตามฝันเพียงลำพัง
サヨナラは悲しい言葉じゃない
คำว่า ลาก่อนไม่ใช่คำที่แสนเศร้า
それぞれの夢へと僕らを繋ぐ YELL
มันคือการร้องตะโกนเพื่อเชื่อมแต่ละฝันของพวกเรา
ともに過ごした日々を胸に抱いて
ฉันจะยึดเอาคืนวันที่ผ่านมาไว้ในใจ
飛び立つよ 独りで 未来(つぎ)の 空へ
แล้วออกบินสู่ท้องฟ้าในอนาคตเพียงลำพัง
僕らはなぜ 答えを焦って 宛ての無い暗がりに
ทำไมพวกเราจะต้องรีบหาคำตอบ ในความมืดมิดที่ไร้ทิศทางนี้
自己(じぶん)を探すのだろう
เพื่อการค้นหาตัวเองงั้นเหรอ
誰かをただ 想う涙も
แม้ว่าจะมีน้ำตาจากการนึกถีงใครบางคน
真っ直ぐな 笑顔も ここに在るのに
ทั้งรอยยิ้มที่แสนซื่อตรงนั้น ทั้งหมดนั้นที่ยังอยู่ที่นี่
“ほんとうの自分”を 誰かの台詞(ことば)で 繕うことに 逃れて 迷って
“ตัวตนที่แท้จริง” คำพูดของใครบางคนที่ปรับเปลี่ยนไป ทำให้ฉันรู้สึกหลีกเลี่ยงและสับสน
ありのままの弱さと 向き合う強さを つかみ 僕ら 初めて 明日へと 駆ける
พวกเราใช้ความเข้มแข็งเผชิญหน้ากับธรรมชาติที่อ่อนแอของตัวเอง และเริ่มออกวิ่งไปสู่วันพรุ่งนี้
サヨナラを誰かに告げるたびに
การที่เราได้เอ่ยลากับใครสักคนนั้น
僕らまた変われる 強くなれるかな
ทำให้พวกเราเปลี่ยนไป คงจะเข้มแข็งขึ้นแล้วสินะ
たとえ違う空へ飛び立とうとも
แม้ว่าเราจะออกบินในท้องฟ้าที่แตกต่างกันไป
途絶えはしない想いよ 今も胸に
ความรู้สึกจะไม่มีวันหมดสิ้นไป ตอนนี้ก็ยังคงอยู่ในใจ
永遠など無いと 気づいた時から
ตั้งแต่ที่ฉันได้รู้แล้วว่า ไม่มีช่วงเวลาที่เรียกว่า ตลอดไปนั้น
笑い合ったあの日も 歌い合ったあの日も
ไม่ว่าจะเป็นวันที่ได้ร้องเพลง ไม่ว่าจะเป็นวันที่ได้หัวเราะด้วยกัน
強く 深く 胸に 刻まれていく
จะสลักวันเหล่านั้นไว้ในใจให้สุดลึกและมั่นคง
だからこそあなたは だからこそ僕らは
เพราะฉะนั้น พวกเราเธอและฉันก็ไม่ได้เป็นคนอื่น
他の誰でもない 誰にも負けない
เป็นเหตุผลที่พวกเราจะไม่มีทางแพ้ใครทั้งนั้น
声を 挙げて “わたし”を 生きていくよと
ตะโกนร้องออกมาว่า “ฉันจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”
約束したんだ ひとり ひとり ひとつ ひとつ 道を 選んだ
สัญญาไว้แล้วนะ พวกเราจะเลือกทางเพียงหนึ่งเดียว
サヨナラは悲しい言葉じゃない
คำว่า ลาก่อนไม่ใช่คำที่แสนเศร้า
それぞれの夢へと僕らを繋ぐ YELL
มันคือการร้องตะโกนเพื่อเชื่อมแต่ละฝันของพวกเรา
いつかまためぐり逢うそのときまで
จนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่ได้กลับมาเจอกันอีกในสักวันหนึ่ง
忘れはしない誇りよ 友よ 空へ
จะไม่มีวันลืมความภาคภูมิใจและพวกพ้อง ไปสู่ท้องฟ้าไกล
僕らが分かち合う言葉がある
พวกเราได้เข้าใจถ้อยคำที่แตกต่างกัน
こころからこころへ 言葉を繋ぐ YELL
เสียงที่ร้องตะโกนเชื่อมโยงจากหัวใจหนึ่งสู่อีกหัวใจหนึ่ง
ともに過ごした日々を胸に抱いて
ฉันจะระลึกถึงวันที่ผ่านมานั้นเอาไว้ในใจ
飛び立つよ 独りで 未来(つぎ)の 空へ
แม้ว่าเธอจะออกบินไปยังท้องฟ้าไปสู่อนาคตเพียงลำพังในตอนนี้












0 件のコメント:
コメントを投稿