ปัญญาทางโลกเห็นเป็นภาษาญี่ปุ่นอดไม่ได้เลยแปลมาให้อ่าน
"แม้ภายในความคิดของคน ๆ หนึ่ง ที่คิดว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น เป็นความคิดของคนเดียงคนเดียว แต่แท้ที่จริงทุกอย่างเป็นสิ่งที่ได้มาจากบทเรียนการสั่งสอนจากสิ่งอื่น ๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น การเป็นคน ถ้าไม่ได้ถูกสั่งสอนไม่ได้รับการเรียนรู้ก็ไม่อาจเกิดความคิดได้แม้เพียงสักอย่างเดียว เด็กเล็กถูกกสอนจากพ่อแม่ นักเรียนถูกสอนจากครูบาอาจารย์ ลูกน้องถูกสอนจากลูกพี่ ทั้งหลายเหล่านี้ นับได้ว่าล้วนเป็นการได้จากการเรียนรู้สิ่งที่ผ่านมาต่าง ๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น"
ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า
ในขณะที่คนมีความคิดที่ดีปัญญาที่ดีที่เกิดขึ้นก็จะต้องทำให้คนอื่น ๆ เรียนรู้การเกิดความคิดที่ดีเกิดปัญญาที่ดีขึ้นมาพร้อม ๆ กันไปด้วยได้แน่นอน
สิ่งทั้งหมดทั้งมวลเป็นครู เป็นผู้สอนให้เราเรียนรู้ได้ในเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างครอบจักรวาล
"ถ้าเพียงแค่ให้เรามีจิตใจฝักใฝ่รักที่จะเรียนรู้ ทำใจให้เป็นผู้ที่ถูกสอนได้" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ต้นไม้และหินที่พูดบอกเรื่องราวออกมาไม่ได้ ก้อนเมฆที่เคลื่อนตัวไป ทารกที่ไร้เดียงสา เสียงดุว่าของรุ่นพี่ คำแนะนำที่ไม่ประสีประสาของรุ่นน้อง กล่าวคือ ที่นี่เหมือนเป็นจักรวาลที่กว้างใหญ่ มีประวัติศาสต์ความเป็นมาอันยาวนานของผู้คน ทุกคนล้วนมีเรื่องราวของตนเอง แม้จะเป็นแค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างไร แม้จะมีความเก่าแก่โบร่ำโบราณเพียงใด จักรวาลที่อยู่เหนือความสามารถของมนุษย์ กฏแห่งสัจธรรมตามธรรมชาติ เป็นความในที่มีเรื่องราวปะติดปะต่อเกี่ยวเนื่องติดตามกันมาอย่างไม่ขาดตอน ที่ล้วนเปลี่ยนผันและก่อกำเนิดเป็นปัญญาอันล้ำเลิศกับประสบการณ์ของมนุษย์ที่ซึมซาบอยู่ภายในตัวเอง ได้ทั้งหมดทั้งสิ้น
ความใคร่อยากที่จะเรียนรู้ทุกอย่างเหล่านี้ เกิดจาก"หัวใจฝักใฝ่ศึกษา"ทุก ๆ เรื่อง
ที่ก่อกำเนิดเป็นความ คิดริเริ่มทางปัญญาใหม่ ๆ และสติปัญญาที่ดีก็เกิดขึ้นตามมา
ดังนั้น "หัวใจที่ฝักใฝ่การเรียนรู้นี่เองเป็นก้าวแรกแห่งการไปสู่ความรุ่งโรจน์โชคดี และเป็นที่สุดแห่งความดีทั้งหมดทั้งมวล"
ปัญญาทางโลกพัฒนา ความสุขความสะดวกสบายทางกายให้เรา
และเพราะพัฒนาการทางโลกนั้น มีแนวคิดตามนวัตกรรมระดับสากลนั้นสร้างผลงานเพื่อแข่งขันทางด้านธุรกิจและความอยู่รอดมีขอบเขตกว้างไกลและรัดกุมมากขึ้น เพื่อการปรับปรุงอยู่เสมอและอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด แต่ในขณะเดียวกัน..."ความไม่พอ" และความต้องการปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เหล่านี้ทำให้ "ความเรียบง่ายเดิม ๆ หายไป"ทีละน้อย
อย่างการสนทนาที่เพียงใช้ปากกับตา ก็ต้องอาศัยนิ้วไม่ได้พูดกันตรง ๆ คุยผ่านเน็ตได้อย่างไร้พรหมแดนก็เป็นเรื่องที่ดีทำให้คนไกลบ้านอย่างเราได้อุ่นใจ แต่ผลกระทบคือการใช้มากเกินไปแม้แต่คนใกล้ ๆ ตัวก็คุยกันแบบเดิม ๆ ไม่ได้ทำให้คนคุยกันธรรมดาไม่เป็นหรือดูแปลกหรือทำให้เรื่องการคุยกันโดยนิ้วเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว สังคมระหว่างคนจึงมีกำแพงกั้นให้ห่างกันออกไปเรื่อย ๆ อย่างช่วยไม่ได้ ปัญญาทางโลกที่พัฒนาทำให้เกิด ความสะดวกสบายกับเราหลายอย่างซึ่งผลคือทำให้คนยึดติดกับรูปทรง ความพอใจในเรื่องความมีตัวตนทางวัตถุ เรือ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเช่น ความรู้สึกและจิตใจ กลายเป็นเรื่องเชือไม่ได้ไปเสียหมดทีละน้อย ความวุ่นวายจึงตามมาในสังคมเล็กไปจนถึงประเทศ และระดับประเทศต่อประเทศ ดังที่เห็น ๆ ทุกวัน
เป็นเรื่องของยุคสมัยที่ห้ามไม่ได้ก็จริง นอกจากทำและปล่อยให้เป็นไปตามยุคสมัย
เราไม่อาจเบรคการเกิดหลัก ๆ และเรื่องความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็จริง
แต่ถ้าเราคิดเอาเรื่องปัญญาทางธรรมมาปฏิบัติ
ประกอบควบคู่กันกับการพัฒนาการแบบก้าวกระโดดนี้ไปด้วยแล้ว
เราจะพัฒนาการไปได้ด้วยความเรียบง่าย มีสมดุลอยู่ในตัว
ความอิ่มและพอก็จะเกิดขึ้นในจิตใจ
ทุกสิ่งรอบข้างของเราก็คงจะมีสันติสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้....

0 件のコメント:
コメントを投稿