"ชาวบ้านเก็บเงินตกได้ ระหว่างทาง 2 กม.จากหมู่บ้านถึงค่ายของเรา"
"คาดว่ากลุ่มที่เดินทางไปฉีดวัคซีนไก่ในหมู่บ้านจะทำหล่นไว้"
โธ่... รู้สึกแปลกใจและรู้สึกนอยไปพักหนึ่ง ก็..นั่นของมด
ค่าย "ไม้ซางหนาม" เป็นการออกค่ายชนบทครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่เอ๋ชวน....
"ไป!" อยากเห็นอยากรู้ และ อยากกลับบ้านเกิด รวมทั้งอยากโบยบินสักพัก
และ มีทั้ง เอ๋ และ นก อยู่ด้วย..
ได้ใช้ชีวิตติดชาวเขา เป็นครั้งแรกถึง 12 วัน มดจับฉลากได้ทีมอาหาร สร้างห้องน้ำกับกลุ่มวิศวะ ทีมฉีดวัคซีนไก่กับคณะเกษตร
หลังทานเช้า ทีมฉีดวัคซีนไก่ราว 6-7 คนก็เริ่มเดินออกจากค่ายทางซ้ายมุ่งสู่อีกหมู่บ้านหนึ่งที่ห่างกันราวหนึ่งกิโลเมตร เราทำงานที่นี่ 3 วัน ทุกวันหลังฉีดวัคซีน เพื่อนคณะเกษตรจะให้ความรู้ การจัดการกับโรคไก่และสุกร กับวัวและควายที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เลี้ยง ชาวบ้านที่นี่เป็นชาวกระเหรี่ยง นอกจากทำนาทำไ่รเลี้ยงไก่หมู ก็จะหาเก็บสมุนไพรในป่ากับลูกไม้ข้างทาง

มดเดินกลับค่ายที่พักกับเพื่อนสองสามคน ระหว่างนั้น สังเกตเห็นว่าด้านหน้าของพวกเรามีชาวบ้านคนหนึ่งเดินนำหน้าไป เป็นคนมีอายุแล้ว ลุงคนนั้นเดินก้มหน้าเก็บอะไรใส่ไว้ในย่ามสีฟ้าตลอดทาง.. มดปล่อยเพื่อนให้เดินล่วงหน้าไปก่อน เพราะสนใจในเรื่องที่เห็น
"หมากแต๊บจาลาน" ลุงตอบโดยไม่เหลียวมอง
ในฤดูแล้ง จะมีของกินเล่นและหายากชนิดหนึ่ง คือ เม็ดไม้แดง
คนในพื้นที่"แม่ฮ่องสอน" เรียกว่า หมากแต๊บจาลาน เพราะเวลาที่ฝักแก่จัด ๆ เมื่อฝักแตก มีเสียงดังแต๊บ แล้วร่วงหล่นลงมาจากต้นเอง ฝักต้นแดง เป็นฝักแบนแข็ง รูปร่างคล้ายกับบูมเบอแรง เวลาแตกจะแยกออกจากกันเป็น 2 ซีก เปลือกที่แตกจะบิดงอ โค้งมน น่ารักเลยล่ะ
( แต่ว่าโห...ลุง...เม็ดเล็ก ๆ แบบนี้เก็บอีกกี่วันถึงจะเต็มลิตรละนี่ ฝักที่หล่นลงมาก็ใช่ว่าจะเต็มทั้งฝัก..แล้วค่ารถเข้าตัวเมืองอีกเที่ยวละ 20 ไปกลับก็ 40 บาท เงินที่ว่าหายากแล้ว ยิ่งอยู่ชนบทห่างไกลเมืองแบบนี้ยิ่งหายากขึ้นไปอีก ก็คิดไปต่าง ๆ .....)
จำได้ว่าเคยกินบ้างตอนที่มาเยี่ยมยาย ในตลาดจะขายที่คั่วแล้ว เราจะกินได้เฉพาะเมล็ดข้างในคั่วให้หอมแล้ว แกะเอาเปลือกออก แล้วกินเนื้อข้างในอีกที รสชาติจะมัน ๆ ไม่แข็งเท่าเม็ดมะขามคั่ว แต่ก็ไม่อ่อนเท่าเมล็ดแตงโม แต่จะมีกลิ่นหอมกว่าแน่นอน
ส่วนต้นไม้แดง เป็นไม้ยืนต้น เนื้อแข็ง เนื้อสีแดงและลายสวย เนื้อไม้คล้ายสีเม็ดทับทิมเลยถูกเรียกไม้แดง ชาวบ้านมักเอามาสร้างบ้านกันเพราะแข็งแรงทนทาน เปลือกไม้บางทีก็ตากแดดให้แห้งแล้วเอามาทำเป็นฟืน ติดไฟดีด้วย
วันที่ 2 หลังจากทำภาระกิจในหมู่บ้านเสร็จ มดมองหาลุงคนนั้น แต่ไม่เจอ...คงไม่ได้มาเดินทางนี้ทุกวัน...
วันที่ 3 เย้ ขากลับเมื่อเห็นลุงอีกครั้ง ลุงเค้าเดินช้า ๆ มองหาเก็บเม็ดไม้แดงไปด้วย มดเร่งฝีเท้าให้เดินนำหน้าลุงขึ้นไป มือล้วงเอาธนบัตรสีแดงกับสีเขียวที่เตรียมไว้ แล้วก็แกล้งทำมันร่วงจากกระเป๋ากางเกง มันตกตรงทางที่ลุงกำลังจะเดินมา ลุงคงจะดีใจแล้วเก็บ....ไปใช้ คิดแล้วก็เผลอยิ้ม....
แต่แล้ว.......หลังมื้อเย็น
."กลุ่มฉีดวัคซีนไก่ ระหว่างทางกลับจากหมู่บ้าน มีใครทำเงินหล่นไว้รึเปล่า?"
.....จบตรง....ลุงไม่ได้เออ ออ ไปกับมดด้วย....
ครั้งแรกในการออกค่ายกับสโมสรนักศึกษาครั้งนี้
ได้เรียน ได้รู้ และได้สัมผัสกับเพื่อนกลุ่มอื่น คณะอื่น ทุกคนดูมีความคิดเป็นของตัวเอง ทุ่มเทรักงานอาสา
พวกเราในฐานะนักศึกษาคงมีแค่โอกาสนี้ที่สามารถออกไปบำเพ็ญประโยชน์ให้กับคนในชนบทหรือคนในชุมชนบ้าง คิดเพียง ไม่อยากให้มันเป็นแค่ครั้งเดียว.. สัญญากับตัวเองไว้ว่า "ฉันจะทำมันอีก"
และได้นิยามอันหนึ่ง ของ "ความดี"
คนดีคือดีที่น้ำใจ งดงาม ซื่อสัตย์ และ ใส่ใจปัญหาของคนอื่น
ถึงแม้จะเกิดมาอัตคัดขัดสน แต่คนดีจะรู้ซึ้งถึงค่าของเงิน ว่าเป็นของหายาก
คนใจงดงามจึงเข้าใจความเจ็บปวดจากการไม่มี ของคนอื่น....ด้วย
สรุปบทเรียนความดีทำให้รู้ว่า
คำเดียวสั้น ๆ ของคำว่านิยามของคนดีจริง ๆ คราวนี้คือ
"เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว"

ไม่แปลกหากเราจะคาดหวังให้คนมีตังค์ใจกว้าง เพราะการมีพร้อมทั้งบ้าน รถยนต์ มีรายได้สม่ำเสมอ ย่อมมีกำลังช่วยเหลือคนอื่นและสังคมมากกว่าอีกกลุ่มที่เช้ากินค่ำที่ต้องปากกัดตีนถีบเผชิญปัญหาค่าใช้จ่ายสารพัดที่ย่อมแต่การมาชนบทครั้งนี้ มดรู้ว่า "นิสัยไม่เห็นแก่ตัว" ของคนเป็นที่มาที่ทำให้เขาไม่คิดเบียดเบียนใครต่างหาก ที่กำหนดความงดงามในใจคน" คนจะดีหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวกับความยากดีมีจน "
การที่ประเทศมีคนเห็นแก่ตัวน้อย ส่งผลดีต่อการพัฒนาสังคมของประเทศนั้นมาก
เพราะพลเมืองในประเทศมักจะให้เกียรติ เอาใจเขามาใส่ใจเรา และไม่คิดเบียดเบียนกันและกัน คุณธรรมในใจของคนในประเทศทำให้ สังคมนั้นก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและมีความร่มเย็น แก้ไขความขัดแย้งด้วยการประณีประนอม ใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา ประเทศนั้นก็คงจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งสันติภาพที่แท้จริง
ดูเหมือนเป็นเพียงอุดมคติไปแล้ว สำหรับสังคมยุคนี้..










0 件のコメント:
コメントを投稿